วัดป่าคำชะโนด
…ดวงซวยจริง ๆ…
นั่นเป็นประโยคที่ผมคิดอยู่ในใจมาหลายสิบรอบต่อวันมาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว… มันเริ่มตั้งแต่ อยู่ดี ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทที่ผมทำงานอยู่เริ่มที่จะมีปัญหาด้านการเงิน เพราะเงินเข้าน้อยลง ในขณะที่เงินออกไปเป็นทุน และเงินเดือนพนักงานยังเท่าเดิม พวกเขาจึงเริ่มที่จะปลดพนักงานออกบางส่วน และแม้ว่าผมยังพอโชคดีอยู่บ้าง ที่เป็นพนักงานดาษ ๆ ไม่มีความสามารถพิเศษแต่ยังสามารถอยู่ต่อได้ แต่ว่า… เขาก็มีโชคอยู่แค่นั้นแหละ
“อารักษ์ คุณดูแลงานยังไง ลูกค้าบ่นมาว่า เขาบอกให้เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ไปแล้ว แต่นี่มันคอนเซ็ปต์เดิม” ….อืม ครับอารักษ์คือผมเอง แล้วงานนั่น… ลูกค้าเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ก็บอกมาตีสองของวันงานอีเว้นต์ที่จะเริ่มจัดแปดโมงเช้า อืม ครับ… ความผิดผมเองที่ทำโอทีถึงแค่ตีหนึ่งครึ่งก็หลับเป็นตายยันหกโมงเช้า…
…แล้วหลังจากนั้นก็มี…
“พี่รักษ์ พี่… หัวหน้าบอกให้พี่ไปคุยงานโฆษณาอันนี้อ่ะ” รุ่นน้องยื่นเอกสารหนาเท่าคัมภีร์ไบเบิ้ลมาให้ผม แล้วเดินหายไปทิ้งให้ผมยืนมองของในมือตาปริบ ๆ พร้อมกับเห็นโพสต์อิทบนกองกระดาษนั้นว่า ‘เคลียร์ให้เรียบร้อย ผมนัดลูกค้าไว้วันนี้บ่ายสามห้ามสาย ดีลให้ได้ ไม่งั้นผมจะตัดเงินเดือนคุณ’
หัวหน้าครับ หัวหน้าเพิ่งลดโบนัสผมไปสามเดือนติดเพราะ เงินบริษัทไม่พอนะครับ คุณจะเอาอะไรจากผมอีก… แต่ผมก็ได้แต่คิดแหละครับ แต่ที่น่าเคืองคือ จริง ๆ แล้วงานนั้นถูกส่งมาเป็นอาทิตย์แล้วครับ แต่ผู้จัดการเอามาวางไว้บนโต๊ะหัวหน้าผมโดยไม่บอกแล้วมาทวงเมื่อเช้า งานต้องดีลวันนี้ กรรมเลยมาตกที่ผมคนนี้แหละครับ เฮ้อ…
…แต่เรื่องมันยังไม่หมด…
“พนักงานทุกคน ผมมีเรื่องจะประกาศ… อย่างที่ทุกคนทราบ ว่าบริษัทของเรารายได้ไม่ดีเท่าแต่ก่อน และแม้เราจะลดจำนวนพนักงานไปบ้างแล้วมันก็ยังไม่เพียงพอ… ดังนั้นผมจะขอประกาศแผนกที่จะถูกลดพนักงานเพิ่ม…” ผู้บริหารระดับกลางคนหนึ่งมาประกาศให้พวกผมฟัง แม้หลายคนจะไม่พอใจ แต่ก็รู้แหละครับว่ามันจำเป็น นี่ก็ให้เกียรติกันมากแล้วที่ไม่ได้แค่ส่งเมลมาบอกตอนเช้า หรือติดป้ายไว้หน้าประตู ประเด็นคือแผนกที่จะโดนลดพนักงานมีแผนกผมด้วยครับ หัวหน้าแผนกผมเลยต้องมายืนทำหน้าหนักใจประกาศชื่อลูกน้องที่ต้องออก
“ต่อไป… อา…” เฮ้ย ๆ ๆ ไม่ใช่ผมใช่ไหมครับ ผมยังต้องผ่อนบ้านให้พ่อแม่อีกนะครับ แค่โดนลดโบนัสจนไม่เหลือผมก็แย่มากแล้วนะ “อารี… ขอโทษนะ” เฮ้อ ผมลอบถอนหายใจเมื่อหัวหน้าประกาศชื่อรุ่นพี่ในแผนก ที่พยายามทำหน้านิ่ง แต่น้ำตาคลออยู่ข้าง ๆ ผม พวกเราปลอบใจกันอยู่สักพัก ก็แยกย้ายไปทำงานต่อ
ก็ นั่นแหละครับ สรุปโดยรวมของชีวิตผมในช่วงนี้ ที่ทำให้ผมต้องสบถว่า ซวยจริง ๆ ไปหลายต่อหลายครั้ง จนเวลาญาติ ๆ ฝั่งแม่มาเยี่ยมแม่ แล้วถามไถ่เรื่องงานผม พอเล่าให้ฟังพวกเขาก็ทำหน้าเวทนาผมกันใหญ่ มีแต่คนบอกให้ผมไปทำบุญที่วัดเสียบ้างนะ จนหลัง ๆ มานี่… แค่เดินออกหน้าบ้านแล้วมอเตอร์ไซด์วิ่งตัดหน้า แม่ผมยังเรียกร้องให้ผมไปทำบุญที่วัดสักที เพราะคิดว่าช่วงนี้กรรมหนัก… สุดท้ายผมก็ทนการรบเร้ของแม่ และญาติ ๆ ไม่ไหว เลยบอกว่าจะไปทำบุญที่วัดตามที่พวกเขาบอก พวกเขาก็ดีใจกันใหญ่ แต่พอผมจะออกไปวัดแถวบ้าน พวกเขาก็ห้ามไว้
“ไม่ได้ ๆ ลูก ไปแค่ทำบุญปกติไม่พอหรอก” แม่ผมบอก ผมยืนมองตาปริบ ๆ งุนงงว่าทำบุญมีแบบไม่ปกติด้วยหรือ…
“นี่แม่เดือน… ฉันว่าให้เจ้ารักษ์ไปทำบุญที่วัดป่าคำชะโนดจะดีกว่า ฉันเคยได้ยินจากเพื่อนมาว่าที่นั่นขึ้นชื่อเรื่องความโชคดี ถ้าหากไปทำบุญที่นั่นนอกจากจะทุเลาความซวยของลูกเธอแล้ว เผลอ ๆ ยังจะได้โชคดีมาด้วยนะ… ที่สำคัญ ที่นี่เขาให้เลขเด็ดด้วยนะแม่เดือน” เพื่อนของแม่ผมบอก และกระซิบกับแม่ในตอนท้าย ทำให้ผมไม่ได้ยินประโยคท้าย ๆ นั้น แม่ผมพยักหน้าเห็นด้วย
“ดีเลยสิ… ไปที่นี่เถอะนะลูกนะ” แม่ผมบอกด้วยสีหน้าคาดหวังสุด ๆ ผมจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลงไป
“ครับ ๆ แล้วแม่จะไปด้วยมั้ยล่ะ ผมไปได้แค่พรุ่งนี้วันเดียวนะ เพราะเป็นวันอาทิตย์ ตอนนี้ผมลางานไม่ได้” ผมบอกแม่ไป
“ตายจริง แม่ก็อยากไปนะลูก แต่แม่นัดกับป้าภาไว้แล้ว” แม่ผมทำหน้าเสียดายใหญ่ “แต่ว่าถ้าลูกเจออะไร… แบบ… มีเลขแปลก ๆ ก็จำมาฝากแม่ด้วยนะลูก”
“ครับ ๆ” ผมยิ้มอ่อน เมื่อแม่ของผมบอกแบบนั้น แม่ของผมชอบเล่นหวยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลัง ๆ เพลา ๆ ลงบ้างเพราะผมบอกว่าเงินไม่ค่อยดีนี่แหละ
สรุปก็คือ พรุ่งนี้ผมต้องไปวัดป่าคำชะโนดไปทำบุญให้แม่สบายใจครับ… ว่าแต่ วัดนี้อยู่ไหนกันล่ะเนี่ย ผมต้องเสิร์ชหาเส้นทางไว้ก่อนแล้ว จะได้ไม่หลงไกลมากนัก
เช้าวันต่อมาผมขับรถตรงไปที่สนามบิน หลังจากจองเที่ยวบินด่วนไปกลับเมื่อคืนนี้ เพราะหลังจากเสิร์ชหาดูก็พบว่าวัดป่าคำชะโนดที่ว่านั่นอยู่จังหวัดอุดรธานี ถ้าผมขับรถไปเองคงไม่ได้กลับมาในวันนี้แน่ ผมเลือกเที่ยวบินหกโมงเช้าแล้วไปถึงเร็ว ๆ หน่อยจะได้รีบกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นเที่ยวบินกลับก็อยู่ห้าโมงเย็นอยู่ดี
ระหว่าทางที่อยู่บนเครื่องบินผมทบทวนแผนการณ์อีกทีว่าจะไปไหนภายในเวลาเท่าไหร่บ้าง ที่แน่ ๆ คือไปวัดนั้นซึ่งไม่น่าจะเกินชั่วโมงแต่คิดเผื่อไว้สักสองชั่วโมงเผื่อว่ามีคนเยอะ คิวยาว เวลาที่เหลือก็น่าจะกินข้าว ไปซื้อของนู่นนี่ที่แม่ฝากมาได้พอดี
ผมลงจากเครื่องบิน และออกจากสนามบินมาก็เป็นเวลาเกือบแปดโมงแล้ว ผมจึงไปเช่ารถหนึ่งวันเพื่อขับไปนู่นไปนี่สะดวก ๆ หลังจากั้นก็ขับไปหาอะไรกินก่อน ค่อยขับตรงไปที่วัดอีกที
อืม… พอมาถึงหน้าวัดสิ่งที่ผมนึกถึงคือละครเรื่องนาคี ที่แม่ผมเปิดดูประจำ… อ่า ที่แท้ก็มาถ่ายกันที่นี่เองสินะ แถมยังมีป้ายโฆษณาว่าเป็นสถานที่แห่งความโชคดีอีกต่างหาก… ก็หวังว่าผมจะโชคดีบ้างหลังจากกลับไปล่ะนะ
ผมเดินตามกลุ่มคนที่มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ทุกคนล้วนมาขอพรขอโชคกันทั้งนั้น ที่แรกที่ผมเดินไปถึงคือศาลเจ้าปูศรีสุทโธ ผมเห็นคนมากมายต่อแถวเข้าไปไหว้ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาแค่แปดโมงกว่า สำหรับผมถือว่ายังเช้าอยู่มากแต่คนเยอะขนาดนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าผมมาสายกว่านี้ ผมจะแทรกตัวเข้าไปตรงไหนได้กัน
ถัดไปอีกมีรากไทรขนาดใหญ่อยู่กลางวัด เป็นที่ที่ชาวบ้านมากราบไหว้เสริมสิริมงคลให้ชีวิต ดังนั้นผมจึงไม่พลาดที่จะตามไปกราบไหว้เช่นกัน พอไหว้ตรงนั้นเสร็จผมก็เห็นบ่อน้ำที่ตั้งอยู่ไม่ไกล แล้วมีคนเวียนเข้าไปตักรดหัวรดหน้า หลายคนกรอกใส่ขวดกลับไปอีก ผมจึงลองถามคนแถวนั้นดู พวกเขาบอกมาว่านี่คือ บ่อคำชะโนด เป็นบ่อประหลาดที่มีน้ำผุดขึ้นมาตลอดเวลา ระดับน้ำเท่าเดิมเสมอไม่เคยลดหรือแห้ง คนแถวนี้เชื่อกันว่าบ่อนี้เป็นตำแหน่งที่เชื่อมต่อกับเมืองบาดาล ซึ่งเป็นที่อาศัยของพญานาค พวกเขาจึงตักใส่ขวดกลับไปสักการะบูชากัน ผมยืนคิดสักพักก็เดินไปตักน้ำมารดแขนรดหน้า แล้วเอาใส่ขวดเล็ก ๆ ไว้ไปตั้งบนหิ้งพระให้แม่สักขวด ก่อนจะเดินออกมาแล้วไปทำบุญบริจาคต่าง ๆ รวมทั้งร่วมกองกฐินผ้าป่าด้วย เรียกได้ว่าวันนี้ผมมาเพื่อทำบุญชุดใหญ่จริง ๆ
ก่อนกลับผมเห็นว่าไหน ๆ ก็มาที่นี่แล้ว เลยถือโอกาสเดินดูรอบ ๆ ให้คุ้มที่บินมาเสียหน่อย แถมนาน ๆ ทีผมจะมีวันมาเที่ยวไกล ๆ แบบนี้ด้วย… ระหว่างที่เดินลงบันไดที่มีรูปพญานาค ผมก็เห็นหลาย ๆคนถือแบงค์ลูบลำตัวพญานาค ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าเรียกโชคลาภเงินทอง แถมแถว ๆ ฐาน กับตรงรากไทร ยังมีคนไปลูบหาเลขเด็ดกันอีกด้วย
ผมมองอย่างอ่อนใจ คนมันจะโชคดีเจอเลขหรือตีความเลขถูกก็ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคนแหละครับ ไอ้คนที่ปัจจุบันดวงซวยสุด ๆ อย่างผมคงไม่หวังอะไรหรอก… แต่ตอนนั้นเอง…
“หืม…” หางตาผมเหลือบไปเห็นรอยบนตัวพญานาค เป็นเลขแปลก ๆ คล้าย 83 ผมเลยขยี้ตามองอีกที แต่คราวนี้มองยังไงก็ไม่เห็นเหมือนเดิมแล้ว ผมคิดว่าคงพักผ่อนน้อยเลยไม่ได้สนใจอะไรอีก หลังจากนั้นผมก็ออกจากวัดไปซื้อของนู่นนี่จนสามโมง ผมถึงได้ขับรถกลับไปที่สนามบิน เพื่อที่จะคืนรถ เช็คอิน และนั่งรอเวลากลับบ้าน
ผมแวะปั๊มระหว่างทางเพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วก็เหลือบไปเห็นคนขายลอตเตอรี่เข้า สายตาของผมปะทะเข้ากับลอตเตอรี่ใบหนึ่งซึ่งวางห่างจากใบอื่น ๆ เพราะใบี่อยู่รอบ ๆ มันโดนซื้อไปหมดแล้ว ที่น่าสนใจคือเลขท้ายสองตัวของมันคือ 83 มันทำให้ผมนึกถึงเลขที่ผมเห็นที่วัด
ผมคิดว่าจะเดินไปแบบไม่สนใจ แต่มันก็อดคิดถึงเลขนั้นไม่ได้ สุดท้ายเลยซื้อกลับไปเสีย แต่มันขายเป็นชุด เลยได้มาทีสิบใบ… เห้อ ถ้าไม่ถูกเลขท้ายก็… ถือว่าฟาดเคราะห์ไปอีกครั้งละกันนะ ผมคิดอย่างนั้นก่อนจะไปสนามบินและกลับบ้าน
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ขณะที่ผมกำลังนั่งทำงานในออฟฟิศก็ได้ยินพวกรุ่นพี่คุยกันเรื่องหวยกำลังจะออก ผมก้เลยดูเวลา… หลังจากหวยออกแล้วคงต้องรออีกสักพักถึงจะอัพขึ้นเว็บล่ะนะ ผมเองก็ค่อนข้างเฝ้ารอ อย่างน้อยถูกเลขท้ายสองตัวสิบใบก้ได้เงินเยอะพอสมควร เรียกได้ว่าค่อนข้างคาดหวังเลยล่ะ
ใกล้ ๆ เลิกงาน ผมเห็นรุ่นพี่คนหนึ่งกำลังกดตรวจเลยลอตเตอรี่ของตัวเอง เลยเดินเข้าไปขอตรวจด้วย
“พี่ เดี๋ยวผมขอต่อได้มั้ยอ่ะ ตรวจเลขเดียว” ผมขอออกไป
“ได้สิ ๆ เสร็จพอดี” รุ่นพี่คนนั้นว่าพลางยื่นแท็บเล็ตที่เขาใช้ตรวจลอตเตอรี่มาให้ แล้วนั่งมองผม ผมก็กวาดสายตาดู… เฮ้อ ไม่ถูกทั้งเลขม้ายสองตัวสามตัว ชวดอีกแล้วสินะ…
“อ่ะ ขอบคุณครับ” ผมยื่นแท็บเล็ตคืนไป
“เสร็จเร็วจัง”
“แค่ดุเลขท้ายน่ะครับ คงไม่ถูกแล้วล่ะ” ผมยิ้มแห้ง ๆ
“ไม่ได้สิ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มา ๆ เดี๋ยวพี่ตรวจให้” ว่าจบเขาก็กดเลขลอตเตอรี่ผมลงไป และปรากฏว่า…
“ระ รักษ์ แก แก…”
“ครับ?”
“แกถูกรางวัลที่หนึ่ง!”
“หา!!” ผมร้องอย่างตกใจพลางยื่นหน้าไปดู จะ จริงด้วยครับ ผมถูกรางวัลที่หนึ่ง…
“สะ สิบใบ ก็ 60 ล้าน แกดวงดีโคตรเลย” รุ่นพี่พูดกับผมอีกหลายคำ แต่ว่าไม่เข้าหุผมแล้วครับ เพราะผมกำลังยิ้มกว้างอย่างดีใจสุด ๆ ผมถูกรางวัลที่หนึ่งครับ!
หลังจากนั้น ผมก็กลับบ้านไปเล่าให้แม่ฟังตั้งแต่เห็นเลขบนตัวพญานาค แล้วไปสะดุดตาใบลอตเตอรีบนแผง จนกระทั่งได้มาสิบใบแล้วถูกรางวัลที่หนึ่ง แม่ผมกรี๊ดลั่นบ้านอย่างดีใจ ผมรีบไปขึ้นเงิน เคลียร์หนี้ทุกอย่างที่ค้าง ๆ อยู่ทั้งหมด แล้วเอาที่เหลือไปเท้าธนาคารไว้ ยังไม่มีแผนจะทำอะไรใหม่เร็ว ๆ นี้หรอกครับ ในชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้จับเงินหลายสิบล้าน ขออยู่กับมันให้นานหน่อย…
แม่ผมสั่งให้ผมกลับไปทำบุญที่วัดป่าคำชะโนดอีกครั้ง คราวนี้ให้พาแกไปด้วย พวกเราทำบุญชุดใหญ่เพื่อเป็นการขอบคุณที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ให้โชคลาภกับครอบครัวเรา และหลังจากนั้นผมยังส่งเงินบริจาคงานทำนุบำรุงวัดนี้อย่างสม่ำเสมออีกด้วย
ใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าคนดวงซวยที่บังเอิญได้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไกลถึงอุดรธานีอย่างผม จะจับพลัดจับผลูได้เลขเด็ด จนบุญหล่นทับแบบนี้ วัดป่าคำชะโนด… สถานที่แห่งความโชคดี… ไม่ผิดไปจากชื่อเลยจริง ๆ